เจ็บข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง... แค่บิดลูกบิดประตูก็น้ำตาซึม! เช็กด่วน 5 ท่าต้องห้าม ถ้าไม่อยากเป็น "โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ" เรื้อรัง


เจ็บข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง... แค่บิดลูกบิดประตูก็น้ำตาซึม! เช็กด่วน 5 ท่าต้องห้าม ถ้าไม่อยากเป็น "โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ" เรื้อรัง

"หมอคะ ปวดข้อมือมากเลยค่ะ เจ็บจี๊ดตรงโคนนิ้วโป้ง ลามลงมาที่ข้อมือ แค่จะกวาดบ้าน หรือยกแก้วกาแฟกินยังสั่นเลยค่ะ บางทีขยับผิดจังหวะเจ็บจนของหลุดมือเลย"

คนไข้หญิงวัย 30 ต้นๆ อุ้มลูกน้อยเดินเข้ามาในห้องตรวจ พร้อมกับคุณยายที่ตามมาดูแล ทั้งคู่มีอาการเดียวกันเป๊ะ คือเจ็บที่ข้อมือด้านนิ้วโป้ง

หลายคนเรียกโรคนี้ว่า "โรคแม่ลูกอ่อน" (Mommy's Thumb) แต่ในความเป็นจริง เดี๋ยวนี้หมอเจอคนไข้ที่เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศ ยูทูบเบอร์ หรือเกมเมอร์ เป็นโรคนี้กันเยอะมากครับ จนบางทีเราเรียกใหม่ว่าเป็น "โรคติดมือถือ" (Texting Thumb)

โรคนี้ทางการแพทย์เรียกว่า "ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ" (De Quervain's Tenosynovitis) ครับ

วันนี้หมอจะพามาดูว่า พฤติกรรมอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน ที่เป็นตัวการทำร้ายเส้นเอ็นนิ้วโป้งของเราโดยไม่รู้ตัว และถ้าเป็นแล้วต้องดูแลอย่างไรไม่ให้เรื้อรังจนต้องผ่าตัดครับ

ทำไมถึงเจ็บ? เกิดอะไรขึ้นที่ข้อมือ?

ลองกางนิ้วโป้งออก แล้วกระดกนิ้วโป้งขึ้นมาดูครับ เราจะเห็นเส้นเอ็นตึงๆ ที่โคนนิ้วโป้ง นั่นแหละครับคือจุดเกิดเหตุ

ปกติเส้นเอ็นนี้จะต้องลอดผ่าน "อุโมงค์" หรือปลอกหุ้มเอ็นเล็กๆ บริเวณข้อมือ เพื่อไปบังคับการเคลื่อนไหวของนิ้วโป้ง ถ้าเราใช้งานนิ้วโป้งหนักๆ ในท่าที่ผิดธรรมชาตินานๆ ตัวเส้นเอ็นจะบวม หรือปลอกหุ้มเอ็นจะหนาตัวขึ้น

ผลคือ... พื้นที่ในอุโมงค์มันแคบลงครับ พอเราขยับนิ้วโป้ง เส้นเอ็นก็จะเสียดสีกับปลอกหุ้มเอ็นจนเกิดการอักเสบ เจ็บปวดทรมาน เหมือนมีอะไรมาเสียดสีอยู่ในข้อมือตลอดเวลา

5 พฤติกรรมต้องห้าม! หยุดทำถ้าไม่อยากเจ็บยาว

หัวใจสำคัญของโรคนี้คือ "การกางนิ้วโป้ง" ร่วมกับ "การหักข้อมือ" ครับ ลองสำรวจตัวเองดูนะครับว่าทำท่าเหล่านี้บ่อยไหม:

1. ท่าอุ้มลูกยอดฮิต (L-Shape Lift)

คุณแม่ลูกอ่อน (หรือคุณยาย) มักจะใช้วิธีสอดมือเข้าไปใต้รักแร้เด็ก แล้วกางนิ้วโป้งออกเป็นตัว L เพื่อประคองตัวเด็กขึ้น ท่านี้ทำให้น้ำหนักตัวเด็กทั้งหมด กดทับลงบนเส้นเอ็นนิ้วโป้งที่กำลังกางตึงเต็มๆ

  • ทางแก้: เปลี่ยนวิธีอุ้มครับ ให้ใช้ "ท่อนแขน" สอดช้อนก้นเด็ก หรือใช้ฝ่ามือโอบตัวเด็กโดย "หุบนิ้วโป้ง" เข้าหาฝ่ามือ (ทำมือเหมือนทัพพี) เพื่อให้น้ำหนักลงที่ฝ่ามือและแขนแทนครับ

2. นักไถมือถือ (The Scroller)

ใครที่ชอบใช้มือข้างเดียวถือโทรศัพท์ แล้วใช้นิ้วโป้งข้างเดียวกันไถหน้าจอ หรือพยายามเอื้อมนิ้วโป้งไปกดปุ่มที่อยู่มุมจอฝั่งตรงข้าม การเอื้อมนิ้วโป้งสุดแรงซ้ำๆ นี่แหละครับ ตัวดีเลย

  • ทางแก้: ใช้ 2 มือครับ มือหนึ่งถือ อีกมือหนึ่งจิ้ม หรือวางโทรศัพท์บนโต๊ะแล้วเล่น อย่าพยายามใช้นิ้วโป้งทำทุกอย่างครับ

3. ท่าบิดผ้าและบิดลูกบิดประตู

การใช้แรงบิดโดยใช้ข้อมือหมุน ในขณะที่กำมือแน่น จะสร้างแรงกระชากที่เส้นเอ็นข้อมือสูงมาก หลายคนเจ็บจี๊ดทันทีที่บิดผ้าขี้ริ้ว

  • ทางแก้: หลีกเลี่ยงการบิดผ้าด้วยมือเปล่าแรงๆ หรือถ้าต้องเปิดประตูที่ลูกบิดฝืด ให้ใช้ผ้าช่วยจับหรือใช้มืออีกข้างช่วยประคองครับ

4. เกมเมอร์และชาวออฟฟิศ

การกด Spacebar คีย์บอร์ดด้วยนิ้วโป้งซ้ำๆ แรงๆ หรือการจับจอยเกมแล้วเกร็งนิ้วโป้งโยกปุ่มบังคับทิศทางติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้เอ็นอักเสบสะสมได้

  • ทางแก้: พักมือทุกชั่วโมง ยืดเหยียดนิ้ว และพยายามกดแป้นพิมพ์เบาๆ ครับ

5. การยกของหนักด้วยการ "หนีบ"

เช่น การถือจานข้าว หรือยกหนังสือเล่มหนาๆ โดยใช้นิ้วโป้งหนีบไว้ด้านบน นิ้วอื่นๆ รองด้านล่าง

  • ทางแก้: ใช้สองมือประคอง หรือใช้วิธีวางของบนฝ่ามือแทนการใช้นิ้วหนีบครับ

ทดสอบง่ายๆ ว่าเราเป็นหรือยัง? (Finkelstein’s Test)

ลองทำตามหมอนะครับ:

  1. ยื่นแขนข้างที่เจ็บไปข้างหน้า

  2. กำมือ โดยเอา "นิ้วโป้งเข้าไปซ่อนอยู่ใต้ 4 นิ้วที่เหลือ" (กำนิ้วโป้งไว้)

  3. ค่อยๆ หักข้อมือลงหาพื้น (เหมือนท่าตกปลา)

ถ้าทำแล้ว "เจ็บจี๊ด" ที่โคนนิ้วโป้งหรือข้อมือด้านข้าง... มีโอกาสสูงมากที่คุณจะเป็นโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบครับ

แนวทางการรักษาและดูแลตัวเอง

1. พักการใช้งาน (สำคัญที่สุด)

ลดกิจกรรมที่ต้องใช้นิ้วโป้งทั้งหมด ถ้ายังฝืนเล่นมือถือ หรืออุ้มลูกท่าเดิม กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายครับ

2. ใส่อุปกรณ์ดามนิ้วโป้ง (Thumb Spica Splint)

อันนี้หมอแนะนำมากครับ เป็นอุปกรณ์พยุงข้อมือที่มีแกนเหล็กดามนิ้วโป้งไว้ไม่ให้ขยับ ใส่ไว้ตลอดเวลายิ่งดี โดยเฉพาะตอนนอนและตอนทำงาน จะช่วยให้เอ็นได้พักจริงๆ และหายเร็วขึ้นมากครับ

3. การประคบ

  • ปวดบวมแดงร้อน (เพิ่งเป็น): ประคบเย็น ลดอักเสบ
  • ปวดตึงๆ เรื้อรัง: แช่น้ำอุ่น บริหารเบาๆ

4. การรักษาทางการแพทย์

  • ยา: ยาลดอักเสบ (NSAIDs) ช่วยได้ในระยะสั้น
  • กายภาพบำบัด: อัลตราซาวด์ช่วยลดปวด
  • ฉีดยา: การฉีดสเตียรอยด์เข้าที่ปลอกหุ้มเอ็น ได้ผลดีมากและหายเร็ว แต่ "ไม่ควรฉีดเกิน 1-2 ครั้ง" เพราะอาจทำให้เอ็นเปื่อย ผิวหนังด่าง หรือไขมันฝ่อได้ครับ
  • ผ่าตัด: ถ้าฉีดยาแล้วไม่หาย หรือเป็นซ้ำบ่อยๆ หมอจะผ่าตัดเล็กเพื่อเปิดปลอกหุ้มเอ็นออก แผลเล็กนิดเดียว หายขาดได้ครับ

พยากรณ์โรค: ต้องดูแลตลอดชีวิตไหม?

โรคนี้ "รักษาหายขาดได้" ครับ แต่ก็ "กลับมาเป็นซ้ำได้" ถ้าพฤติกรรมเดิมๆ กลับมา

ข่าวดีคือ ถ้าเรารู้จักวิธี "ผ่อนแรง" และใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเมื่อเริ่มมีอาการ ส่วนใหญ่จะหายได้เองโดยไม่ต้องถึงมือหมอผ่าตัดครับ

สรุปจากใจหมอ

นิ้วโป้งเป็นนิ้วที่สำคัญที่สุดของมือเราครับ ทำงานหนักให้เรามาตลอด อย่าลืมดูแลเขาบ้าง ปรับท่าอุ้มลูก ลดการไถมือถือมือเดียว และหาอุปกรณ์ซัพพอร์ตมาใส่เมื่อเริ่มเจ็บ

เพียงเท่านี้ คุณก็จะใช้มือทำสิ่งที่รักไปได้อีกนาน โดยไม่ต้องทนปวดข้อมือครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดข้อมือ #นิ้วโป้งล็อค #ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ #DeQuervain #โรคแม่ลูกอ่อน #เอ็นข้อมืออักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดมือ #กายภาพบำบัด #ออฟฟิศซินโดรม



Comments

Popular posts from this blog

รักษา De Quervain แบบไม่ผ่าตัด! วิธีใหม่ด้วย Ultrasound + ฉีดยาลดอักเสบ & เข็มตัดพังผืด

นิ้วหัวแม่มือขัด ปวดโคนนิ้วหยิบจับอะไรก็ลำบาก... สัญญาณเตือน "ข้อโคนนิ้วหัวแม่มือเสื่อม" ที่คนวัยทำงานและผู้สูงอายุควรรู้